สั่งซื้อ!

รู้จัก “นาฬิกาชีวภาพ” ควบคุมการทำงานของร่างกาย และวิธีปรับเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

นาฬิกาชีวิต (Body Clock) คือ วงจรของระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์ที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น การตื่น การนอนหลับ การหลั่งฮอร์โมน การเผาผลาญ พฤติกรรม ระบบภูมิต้านทานโรค

นาฬิกาชีวภาพแปรปรวนเกิดจากอะไร

  • อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่บ้าน มักจะเกิดภาวะที่เรียกว่า “การนอนผิดเวลา” อยู่บ่อยๆ
  • อาชีพที่ทำงาน ไม่ตรงกับ เวลานอนตามปกติ
  • New Normal ที่ไม่สามารถบริหารจัดการเวลา
    การทำงานและการนอนได้ เนื่องจากทำงานที่บ้าน (Work from Home)

ปรับนาฬิกาชีวิต เพื่อสุขภาพที่ดี

ปรับการนอน
โดยเข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา (นอนก่อน 4 ทุ่ม) และนอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง สำหรับคนที่ทำงานกะกลางคืน หากไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ควรมีอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ที่นอนได้ตามปกติ

ปรับพฤติกรรมการกิน
โดยกินอาหารตามปกติ ไม่กินมื้อดึกมาก
เกินไป (ไม่ควรกินหลัง 2 ทุ่ม) เพราะเสี่ยงต่อโรคอ้วนในอนาคต

ควรออกกำลังกาย
15-30 นาที ต่อวัน หรือ 150 นาที ต่อสัปดาห์ หากต้องการเผาผลาญไขมันควรใช้เวลาในการออกกำลังกาย 30 นาทีขึ้นไป

ก่อนเข้านอน
ควรลดการเจอแสงสว่างจากแสงไฟ หรือแสงที่มาจากโทรศัพท์มือถือหรือทีวี

ถั่งเช่ากินยังไง ได้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด

ถั่งเช่า กินยังไง จึงจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่มีคนสงสัยมากค่ะ ดังนั้นทางเพจเราจะมาช่วยให้ความกระจ่างค่ะ

  1. รู้เป้าหมายก่อนว่าเรากินถั่งเช่าเพื่อช่วยอะไร เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว ปริมาณการกินและเวลาอาจจะไม่เหมือนกันเสมอไป สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เราสามารถทานถั่งเช่าเพื่อช่วยฟื้นฟูความสึกหรอของร่างกายหรือเพื่อการรักษาโรคภัย อาจต้องใช้ในปริมาณมาก เช่น มากกว่า 6-10 แคปซูลต่อวัน ซึ่งเป้าหมายหลักก็เพื่อให้การทำงานของฤทธิ์สมุนไพรยังคงอยู่ตลอดทั้งวัน และควรรับประทานต่อเนื่องทุกวันเป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อพบว่ามีอาการดีแล้วค่อยๆลดปริมาณลงมาได้ค่ะ ข้อควรระวังคือ การทานเพื่อช่วยรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะสำหรับคนที่ต้องทานยาบางประเภทอยู่แล้ว ฤทธิ์ของถั่งเช่าอาจจะไปหักล้างฤทธิ์ของยาที่ทานอยู่ก็ได้ค่ะ จึงควรระวังด้วย
  2. เวลาที่เหมาะสม เช่น ตื่นนอน หรือก่อนนอน
  3. อายุของผู้ทาน สำหรับผู้สูงอายุ การรับประทานต้องการเน้นเพื่อบำรุงร่างกาย ซ่อมแซมส่วนเสียหายสึกหรอ หรือเพื่อใช้เป็นยาบำรุง ไปจนถึงการใช้เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ อาจจะเริ่มจากการทานวันละ 2 แคปซูลในตอนเช้าและตอนเย็น แล้วดูถึงผลข้างเคียง
  4. สำหรับคนทั่วไป รับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ เพื่อช่วยให้มีร่างกายแข็งแรง หรือเป็นคนหนุ่มสาวที่มีอายุยังไม่มาก ประมาณ 20-40 ปี ร่างกายยังไม่เสื่อมถอยมากนัก แนะนำให้รับประทานวันละ 1 แคปซูลตอนเช้าเพื่อให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัวตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ที่เป็นโรคประจำตัวของคนในสังคมเมืองทุกวันนี้ได้ หรือเราอาจเลือกทานช่วงกลางคืนเพื่อให้นอนหลับสบายขึ้นก็ได้ค่ะ
  5. เรามีอาการแพ้สมุนไพรบางชนิดหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญมาก ต้องรู้และตรวจสอบตัวเองค่ะ
  6. สตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจส่งผลกระทบได้

ในภาพรวมแล้ว การรับประทานถั่งเช่า หากเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ หรือรับประทานยาอยู่ก่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมก่อนค่ะ

ถั่งเช่า ที่มา สมุนไพร ที่เป็นยาอายุวัฒนะของฮ่องเต้

ถั่งเช่า ที่มา ประวัติของสมุนไพรตัวนี้ ทางเพจขอแนะนำให้มารู้จัก เนื่องจากเป็นสมุนไพรชั้นเลิศของจีน ที่ได้ชื่อว่าเป็นของบำรุงสำหรับฮ่องเต้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งก่อนอื่นคงต้องบอกที่มาของถั่งเช่าที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ก่อนค่ะว่า มาจากที่ไหน

สำหรับ ถั่งเช่า คือสุดยอดของสมุนไพรประเภทหนึ่ง ซึ่งคนเป็นที่รู้กันดีในประเทศจีนมานานนับพันปี ด้วยเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณว่า สามารถช่วยบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะแขนงหนึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า นี่จึงเป็นสมุนไพรระดับที่ผู้นำอย่างฮ่องเต้ของจีนนิยมใช้กันมายาวนาน
โดยทั่วไปแล้ว สมุนไพร ถั่งเช่า ที่มา มีโดดเด่นมีอยู่ 2 ส่วนคือ เห็ด และ หนอน
สำหรับถั่งเช่ามีส่วนที่เป็นลักษณะเหมือนหนอนนั้น ต้นกำเนิดเท่าที่สืบค้นพบก็คือ หนอนผีเสื้อที่อาศัยอยู่ในแถบที่ราบสูงของทิเบตเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นบริเวณขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมในพื้นที่ของหลายประเทศ ได้แก่ อินเดีย เนปาล ภูฏาน หรือเรียกง่ายๆ ว่า อยู่ในแถบที่ราบสูงนั่นเองค่ะ
โดยปกติแล้ว หนอนผีเสื้อเหล่านี้จะได้กินเชื้อราถั่งเช่าที่อยู่ในดิน ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นหน่อหญ้าที่มีส่วนผสมระหว่างหนอนและเชื้อราถั่งเช่าแตกขึ้นมา ดังนั้นจึงทำให้ถั่งเช่ามีลักษณะเหมือนหนอน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาในอดีตที่พบคือ ถั่งเช่าที่เกิดจากธรรมชาตินั้นหาได้ยากมาก ทำให้มันกลายเป็นของมีค่า มีราคาแพง เรียกว่าถูกนำมาใช้เป็นของบรรณาการให้ชนชั้นปกครองหรือฮ่องเต้ไปเลย ใครที่มีปัญญาหาถั่งเช่ามาได้ หรือมอบเป็นของกำนัลให้ผู้อื่นได้ ย่อมแสดงว่าคนผู้นั้นมีทั้งกำลังทรัพย์และบารมีมาก เพราะจะหาได้พบในที่ราบสูงเท่านั้น ซึ่งการค้นหาในสมัยก่อนก็เป็นเรื่องยากมาก ต้องเสี่ยงตาย และก็ไม่แน่ว่าจะค้นหาพบด้วย สำหรับประชาชนทั่วไปการจะได้ทานถั่งเช่าจึงเป็นเรื่องยากมาก
สำหรับพื้นที่ซึ่งนิยมค้นหาถั่งเช่าของคนจีน จะอยู่ที่เช่น มณฑลชิงไห่ เทือกเขาหิมาลัยในทิเบต ซึ่งจีนมีการบันทึกลงในตำรายาสมุนไพรด้วยว่ามีสรรพคุณล้ำเลิศมากนัก สามารถช่วยบำรุงร่ายกาย เป็นยาอายุวัฒนะ และรักษาโรคร้ายได้

นอกจากนี้ ด้วยสรรพคุณบางอย่างของสมุนไพร
ถั่งเช่าที่ใช้เป็นยาบำรุงระบบภายใน ช่วยกระตุ้นสมรรถภาพของร่างกาย จึงทำให้ฮ่องเต้และชนชั้นปกครองนำมาใช้สำหรับเป็นยาอายุวัฒนะ
แล้วด้วยความหาได้ยากตามธรรมชาติ จึงทำให้มีการค้นคว้าวิจัยถั่งเช่าในรูปแบบต่างๆมากมาย ตาม
ห้องแล็ปต่างๆ รวมถึงในสถานที่วิจัยทีมีการควบคุมอุณหภูมิ และมีเครื่องมือที่ใช้สำหรับการเพาะเลี้ยงด้วยค่ะ

ส่วนในปัจจุบัน ถั่งเช่าก็ได้มีการนำมาขึ้นทะเบียนเป็นยาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 โดยจากการวิจัยของหลายสถานวิจัย พบว่าถั่งเช่นมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวหน่วยเพชฌฆาต (Natural Killer Cell) ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง ภาพรวมแล้วจึงทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น รวมถึงบำรุงร่างกาย ทั้งการทำงานของไต ลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่ม Oxygen ในการไหลเวียนเลือด ลดอาการอ่อนเพลียลง ซึ่งคราวนี้คนทั่วไปก็สามารถหาบริโภคได้แล้วเช่นกัน

ถั่งเช่า ผลข้างเคียง ควรระวังอะไรบ้าง

ถั่งเช่า ผลข้างเคียง กับเรื่องที่ควรต้องระวัง เพราะแม้ว่าจะเป็นสุดยอดของสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายก็ตาม แต่ผู้รับประทานก็อาจมีอาการที่เป็นผลข้างเคียงบางอย่าง ซึ่งจำเป็นต้องรับทราบก่อนค่ะว่า อาจจะเกิดขึ้นได้
มาดูกันว่า ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง แล้วใครบ้างอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังในการใช้

ถั่งเช่า ผลข้างเคียง และเรื่องที่ควรระวัง

  1. มีการนำมาใช้ร่วมกับยาปฎิชีวินะ ซึ่งบางครั้งอาจให้ผลมากเกินไป ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นเบาหวานแล้วใช้ยาควบคุมอยู่ เนื่องจากถั่งเช่าจะมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่การที่ใช้ร่วมกับยาลดเบาหวานมากเกินป อาจจะทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดลดลงมากเกินไปจนเกิดเป็นอันตราย แล้วอาจถึงขั้นช็อกได้ จึงควรระวังให้มาก
    แล้วยังรวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นกลุ่มที่ควรระมัดระวังการรับประทานถั่งเช่าเป็นพิเศษ เพราะถั่งเช่ามีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น ซึ่งอาจจะขัดกับผู้ที่ทานยาอยู่ก็เป็นได้
  2. ผู้ป่วยที่กำลังได้รับยาป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและผู้ที่กำลังเป็นแผลขนาดใหญ่ หรือผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรรับประทานถั่งเช่าเพราะมีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ต้านการเกาะกลุ่มของเลือดจึงอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้
  3. สตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อนมและบุตรในครรภ์ได้ ซึ่งตรงนี้ยังมีการศึกษาวิจัยไม่มากพอนัก
  4. ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรต้องระมัดระวังการรับประทานถั่งเช่าเป็นพิเศษ เพราะถั่งเช่ามีฤทธิ์ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งที่จริงแล้วคือข้อดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่การรับประทานต้องควบคุมใกล้ชิด เพราะมันอาจจะส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป จนเกิดอาการช็อคได้ จึงต้องระวังให้พอดีกับปริมาณด้วย
  5. เนื่องจากถั่งเช่าคือเห็ดที่เจริญเติบโตในตัวหนอน ฉะนั้นผู้ที่มีอาการแพ้เห็ดไม่ควรรับประทานถั่งเช่า เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

อาการข้างเคียง ที่อาจเกิดขึ้น อะไรบ้าง

โดยคำแนะนำแล้ว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ควรต้องระวัง และอาจจะพบอาการข้างเคียงดังนี้

  1.  อาการคอแห้ง กระหายน้ำ และริมฝีปากแห้ง
  2. ปวดท้อง คล้ายอาการจุกเสียด
  3. มีอารกปวดและวิงเวียนศีรษะ
  4. ตาพร่ามัวและขอบตาแดง
    5. เลือดกำเดาออก ซึ่งเป็นอาการรุนแรง คำแนะนำคือให้นั่งพัก อยู่นิ่งๆ แล้วดื่มน้ำสะอาดให้มาก รวมถึงหยุดการออกกำลังภายที่ส่งผลทำให้เหงื่อออกมากด้วยค่ะ
    สำหรับอาการเรื่องเวียนศีรษะ หรือตาลาย ไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่แปลว่าถั่งเช่ากำลังออกฤทธิ์ทำงานในการขับพิษและปรับสมดุลร่างกาย

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าทานแล้วมีอาการหนักมากในช่วงแรก อาจจะลองลดปริมาณที่ทานหรือหยุดชั่วคราวดูค่ะ รวมถึงดื่มน้ำให้มาก ก็สามารถช่วยได้
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ สำหรับผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนเพียงพอ จะไม่ค่อยมีอาการข้างเคียงเท่ากับคนที่ขาดแคลนในส่วนนี้ค่ะ

ถั่งเช่า สรรพคุณ ช่วยร่างกายเราได้ยังไงบ้าง

ถั่งเช่าสรรพคุณ ช่วยร่างกายของเราได้หลายมิติ ซึ่งนี่เป็นสมุนไพร ที่มีอายุมานานนับพันปี มาลองดูกันว่า สามารถช่วยอะไรร่างกายของเราได้บ้าง และมีสรรพคุณหลักคืออะไรบ้างค่ะ
มารู้จักกับ ถั่งเช่า ให้มากขึ้น

ถั่งเช่า คืออะไร
ถั่งเช่าสรรพคุณ มีมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรจีนโบราณที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยความที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยเสริมสมรรถภาพ และยังสามารถช่วยต้านโรคภัยและความเสื่อมภายในร่างกายได้ดีมากด้วย คนจีนจึงนิยมนำมาใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย และเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำด้วยซ้ำ คนจีนมักนำมาใช้เป็นของขวัญที่มอบให้ผู้อาวุโส หรือผู้มีอำนาจมอบเป็นรางวัลให้กับผู้น้อย

ที่มาของถั่งเช่า
สำหรับที่มาของถั่งเช่านั้น โดยมากพบในเขตภูเขาสูงแถบเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบต ในปัจจุบันยังพบว่ามีอยู่หลากหลายชนิดและยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค แล้วยังมีการศึกษาวิจัยที่นำไปสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงมากขึ้นในทุกวันนี้

ถั่งเช่าสรรพคุณ การเพาะเลี้ยงในปัจจุบัน
สำหรับถั่งเช่นที่ใช้งานในปัจจุบัน เรื่องของกระบวนการผลิตคือสิ่งสำคัญ ดังนั้นการเลือกเห็ดถั่งเช่าที่มีคุณภาพ ต้องดูว่ามีการปลูกและเพาะเลี้ยงไว้ในฟาร์มประเภทไหน มีการจัดระบบที่ดี เป็นแบบออแกนิกหรือไม่ ต้องมีการควบคุมการผลิตที่ดี ซึ่งการเพาะถั่งเช่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดสำหรับการเพาะเลี้ยง การปรับอุณหภูมิ เพื่อให้ได้ถั่งเช่าที่มีสารอาหารครบถ้วนและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเช่นกัน

ถั่งเช่าสรรพคุณ ช่วยอะไรได้บ้าง
ถ้าพูดถึงในภาพรวมแล้ว ถั่งเช่ามีสรรพคุณที่ดีเยี่ยมมาก โดยที่สามารถช่วยลดอาการของโรคต่างๆ และยังช่วยในระบบร่างกายอีกหลายเรื่อง ได้แก่

  • ช่วยปรับสมดุลให้ระบบภายในร่างกาย
  • เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  • ช่วยระบบการไหลเวียนของหลอดเลือด
  • ช่วยบำรุงอวัยวะภายใน ตับ ไต
  • ช่วยบำบัดอาการของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น อาการภูมิแพ้ เป็นต้น
  • ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล

สรุปแล้ว สรรพคุณของสมุนไพรถั่งเช่า ในภาพรวมคือสามารถช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย ช่วยบำรุงอวัยวะภายใน ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และลดอาการของโรคหลายประเภทค่ะ

ถั่งเช่า ภูมิแพ้ สมุนไพร ช่วยได้ยังไงบ้าง

ถั่งเช่า ภูมิแพ้ สามารถช่วยได้ยังไงบ้าง มาลองดูสรรพคุณสำคัญต่อร่างกายในข้อนี้กันค่ะ เพราะนี่คือโรคยอดนิยมของเด็กยุคนี้เลย

อันที่จริงแล้ว สมุนไพร หรือบรรดาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองในระดับโลก” โดยมากแล้ว มักจะมีสรรพคุณสำคัญอย่างหนึ่งคือ สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ซึ่งก็จะส่งผลช่วยป้องกันโรค และช่วยเพิ่มการป้องกันอาการของโรคบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มภูมิแพ้อยู่แล้วนั่นเอง
สำหรับ สมุนไพรถั่งเช่า ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันภูมิแพ้ได้เช่นกันค่ะ
ก่อนอื่นมาลองดูว่า สาเหตุของการเกิดภูมิแพ้โดยมากแล้ว มาจากอะไร

อาการภูมิแพ้

โดยมากแล้ว ภูมิแพ้มักเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิต้านทานภายในร่างกาย รวมถึงสภาพอากาศและปัจจัยจากภายนอก เช่น อากาศเย็น ฝุ่น หรือแม้กระทั่งภูมิต้านทานในร่างกายของเราเอง ซึ่งที่ผ่านมามีงานศึกษาวิจัยในเรื่องนี้จำนวนมาก ส่วนในประเทศจีนเอง ก็มีงานวิจัยจากทางมหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่งที่ศึกษาเรื่องการใช้สมุนไพรถั่งเช่เพื่อรักษาและป้องกันอาการภูมิแพ้อากาศอยู่หลายชิ้น หนึ่งในงานวิจัยพบว่า หากรับประทานถั่งเช่าอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสามารถควบคุมและบรรเทาอาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะในกลุ่มภูมิแพ้อากาศและโรคหอบหืดให้ลดลงและหายไปได้

ถั่งเช่า ภูมิแพ้ ช่วยอย่างไร

ถือว่าเป็นหนึ่งในสรรพคุณสำคัญของถั่งเช่า ในการนำมาใช้ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
โดยกลไกของการทำงานคือ ถั่งเช่ามีคุณสมบัติในการป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจ และป้องกันการตีบตัวของหลอดลม รวมถึงช่วยระบบภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นให้สารเคมีที่เกี่ยวข้องภายในร่างกายสามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นปกติ ทำให้มันไม่ทำงานเกินหน้าที่ของตัวเอง แล้วทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้นั่นเอง

จำเป็นต้องทานแค่ไหน

เป็นหนึ่งในคำถามสำคัญว่าเราจำเป็นต้องทานถั่งเช่าในฐานะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยป้องกันและลดอาการภูมิแพ้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งคะแนะนำก็คือ ให้รับประทานอย่างน้อยใน 2-3 สัปดาห์แรกคือ ตื่นนอน 1 แคปซูล หลังจากนั้น ตื่นนอน 1 แคปซูล และก่อนนอน 1 แคปซูลค่ะ จากนั้นคอยสังเกตอาการว่า ภูมิแพ้ลดลงไปมากน้อยแค่ไหนค่ะ

โรคเบาหวาน ความเชื่อ รวมเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อย

โรคเบาหวาน ความเชื่อ มีหลายคนที่เข้าใจผิดอยู่หลายเรื่อง แถมแต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเราทั้งสิ้น มาลองดูว่ามีอะไรบ้างค่ะ

โรคเบาหวาน ความเชื่อ เรื่องกินอาหารหวานมาก

เนื่องจากโรคนี้มีชื่อว่า “เบาหวาน” ดังนั้นจึงทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคต้องมาจากการกินน้ำตาล ของหวาน หรือกินแป้งมากเกินไปเป็นหลัก ดังนั้นคำถามสำคัญคือ แล้วการกินอาหารหวานมากเกินไปจะทำให้เป็นเบาหวานได้หรือไม่ แต่ที่จริง สาเหตุมีมากกว่านั้น และถึงแม้ว่าจะไม่ได้กินหวาน ก็มีสิทธิเป็นเบาหวานได้มากเช่นกันค่ะ
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า อาหารประเภทเนื้อสัตว์ใหญ่ (เนื้อแดง) ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแปรรู เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ก็สามารถเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน เพราะนอกเหนือจากในแป้งและน้ำตาลแล้ว มีการพบว่าไขมันอิ่มตัวซึ่งจะพบได้มากในเนื้อสัตว์ใหญ่ จะมีฤทธิ์ไปยับยั้งการทำงานของอินซูลินในร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญระดับน้ำตาลในเลือดได้ช้าลด แล้วหากว่ามันมากเข้า ปริมาณน้ำตาลลดลงช้าเกินไป ตับอ่อนก็ต้องเร่งผลิตอินซูลินออกมามากกว่าปกติ เป็นสาเหตุที่ทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักและเสื่อมสภาพลง แล้วส่งผลทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน

เบาหวานเป็นโรคของคนอ้วนเสมอไป จริงหรือไม่

โรคเบาหวาน มีความเชื่อสำคัญที่ผิดอย่างมากเรื่องหนึ่งคือ นี่จะต้องเป็นโรคของคนอ้วน ดังนั้นคนผอมจะไม่เป็น ซึ่งมันไม่จริงเลย เพราะทุกวันนี้คนป่วยเบาหวานจำนวนมาก มีคนผอมอยู่ด้วย
ที่จริงแล้ว คนเป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมาก ก็มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว เพราะมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การบริโภคอาหาร และไม่ค่อยออกกำลัง แต่บางครั้งโรคเบาหวานก็ไม่ได้เป็นกับคนอ้วนเสมอไป มีผู้สูงอายุหรือวัยกลางคนจำนวนมากที่รูปร่างผอม แต่กลับเป็นโรคเบาหวาน แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

สาเหตุเพราะคนผอมบางคนก็ไม่ได้บริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ทานอาหารตรงเวลา และทานอาหารประเภทที่ก่อให้เกิดไขมันสะสมในร่างกาย รวมถึงกลุ่มที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด พักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม ไปจนถึงมีกรรมพันธุ์ เป็นต้น
ดังนั้นสำหรับคนผอมเองก็ต้องทานอาหารที่เหมาะสมเช่นกันค่ะ

โรคเบาหวาน ความเชื่อ ทานแต่ผักช่วยได้หรือไม่

ในผักแต่ละประเภท ก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป บางครั้งการเลือกทานผักบางชนิดมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน เนื่องจากในผักบางชนิดเองก็มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ส่วนรากและหัว หากทานมากเกินไปก็อาจส่งผลไม่แตกต่างจากการทานแป้งที่ให้พลังงานสูงนั่นเอง
นอกจากนี้ ผักบางชนิด เช่น กลุ่มยอดผัก หากทานมากไปก็จะทำให้ร่างกายมีกรดยูริคสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคเก๊าต์ได้ เป็นต้น
ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวาน ควรเลือกรับประทานผักในกลุ่มที่ให้พลังงานน้อยเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก ให้พลังงานน้อย เช่น ผักใบเขียวต่างๆ ผักบุ้ง ปวยเล้ง ผักกาด กะหล่ำปลี ใบโหระพา กะเพรา บวบ มะเขือเทศ แตกกวา เป็นต้น

ขณะเดียวกันก็ควรควบคุมปริมาณของผักที่ให้พลังงานสูง เช่น ฟักทอง แครอท บรอกโคลี หน่อไม้ มะระ หอมหัวใหญ่ เห็ดฟาง ถั่วงอก ถั่วฝักยาว เป็นต้น ซึ่งอันที่จริง ผักกลุ่มนี้ก็สามารถทานได้ เพราะมีคุณค่าทางสารอาหารบางอย่างที่ร่างกายต้องการ แต่ก็ควรต้องควบคุม ไม่ทานมากจนเกินไปเช่นกัน

โรคเบาหวาน น้ำตาลในผลไม้ ปลอดภัยจริงหรือไม่

เรื่องนี้ค่อนข้างต้องระวังมากเช่นกัน เพราะผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องควบคุมและตัดใจจากบริโภคของหวาน ทั้งขนมหวาน ไปจนถึงผลไม้หลายประเภท ซึ่งแม้ว่ายังทานได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณอย่างเคร่งครัดจริงจัง
เนื่องจากหลายคนหลีกเลี่ยงการทานของหวาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ทำให้หันไปทานผลไม้แทน และหลายคนมีความเข้าใจว่า ผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้พลังงานต่ำ แต่อันที่จริงแล้ว การทานผลไม้ของผู้ป่วยโรคเบาหวานกลับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น สาเหตุเพราะในผลไม้นั้นมีน้ำตาลฟรักโทส (Fructose) ซึ่งเมื่อทานเข้าไปแล้ว ก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นจึงควรต้องควบคุมให้ดีเช่นกัน

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเป็นความเชื่อของผู้สูงอายุหลายคนที่คิดว่าการทานผลไม้ จะไม่เป็นอันตรายค่ะ

อาการเบาหวาน สัญญาณอันตรายกว่าที่คิด

อาการเบาหวาน เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายได้น่ากลัวมาก เชื่อว่าถ้าแลกได้ ก็ไม่มีใครอยากเป็น แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน แล้วจะระมัดระวัง ป้องกันหรือลดความเสี่ยงลงยังไง

อาการเบาหวาน ตรวจหายังไง

อันที่จริงแล้ว ร่างกายของเราจะมีการส่งสัญญาณเตือนบางอย่างออกมาซึ่งเราสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง หรือเราก็ควรต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
เพราะนอกจากจะช่วยให้ทราบว่าเราเป็นโรคอะไรอยู่ เราควรต้องระวังอะไร และต้องควบคุมอะไรบ้าง เพราะถ้าเป็นแล้ว รับรองว่าไม่คุ้มค่ะ

เบาหวาน พบบ่อยคือประเภทที่ 2

โรคเบาหวาน ที่พบกันบ่อย มักจะเป็นประเภทที่ 2 ซึ่งมักเกิดกับคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีการศึกษาพบว่า มากกว่า 95% มักมีอาการที่พบเห็นได้ดังนี้

  • มีอาการปัสสาวะบ่อยครั้ง
  • มักกระหายน้ำ ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • เมื่อเกิดบาดแผล มักเรื้อรัง หายช้า และเมื่อหายแล้วมักเป็นรอยดำเหลืออยู่ ไม่จางหาย
  • บางครั้งมักปวด ชา ตามมือและเท้า
  • มักมีอาการเหนื่อยล้าง่าย หลายคนอาจมีอาการง่วง แล้วอยากนอนหลับระหว่างวัน หรือช่วงเย็น
  • อาจมีสายตาพร่ามัว
  • เมื่ออาการหนักมากขึ้น เท้าอาจไร้ความรู้สึก มีการติดเชื้อ และถ้าอาการหนักอาจต้องตัดขาและเท้าทิ้ง
  • มีปัญหาโรคฟัน และเหงือก
  • ในรายที่อาการหนัก อาจถึงขั้นเป็นลม หมดสติ

อาการเบาหวาน กับภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

หนึ่งในสาเหตุและอาการที่พบบ่อยคือการมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง แต่อันที่จริงแล้วภาวะนี้มักไม่ค่อยปรากฏอาการบ่งบอกในช่วงแรกที่เริ่มเท่าไรนัก ส่วนมากถ้าพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงพุ่งเกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป ถือว่าอันตรายแล้ว

แต่ก็มีปัญหาที่พบบ่อยคือ ในผู้ป่วยหรือผู้มีอาการเสี่ยงบางรายอาจต้องใช้เวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ กว่าจะเริ่มแสดงอาการออกมาให้เห็นภายนอกชัดเจน ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยง จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้เหมือนกัน

แล้วเนื่องจากมีหลายกรณีที่ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานเป็นเวลานานกลับไม่แสดงอาการผิดปกติแสดงออกมา แต่จะมีการตรวจพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นผิดปกติ ให้เห็นอยู่ ดังนั้นถ้าหากว่าระดับน้ำตาลในเลือดมีแนวโน้มสูง ต้องระวังการบริโภคและการใช้ชีวิตให้มากขึ้นค่ะ

สรุปในภาพรวมแล้ว การบริโภคอาหารมีความสำคัญมาก สำหรับผู้มีความเสี่ยงเบาหวาน สำหรับการทาน สมุนไพร Herbme ที่มีส่วนผสมสำคัญของมะขามป้อม และสารอื่นๆ ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน

เบาหวาน ป้องกัน อย่างไรได้บ้าง

เบาหวาน ป้องกัน อย่างไรดี แม้ว่าบางคนอาจไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ แต่ถ้าป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า เพราะถ้าเป็นแล้ว เป็นตลอดชีวิตเลยค่ะ ดังนั้นมาลองดูว่าสามารถป้อกันได้อย่างไรบ้าง

เบาหวาน ป้องกัน อย่างไรดี

โรคเบาหวาน ไม่มีใครอยากเป็นแน่นอน แต่ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า อาการเบาหวานมักจะแสดงออกมาให้เราเห็นชัดเจนก่อนที่เราจะไปหาแพทย์ เพื่อตรวจหาอาการตรวจ
ด้วยซ้ำ

เบาหวาน ป้องกัน ด้วยตนเองอย่างไร

ในกรณีที่เรามีการตรวจพบว่ามีอาการเหล่านี้แสดงออกมา หรือมีความเสี่ยงที่
จะเป็น ควรทำอย่างไรบ้าง

  1. เรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุดอันดับแรกคือ ควรเข้าปรึกษาแพทย์
  2. ควรเริ่มควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวาน
  4. ควบคุมอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหวาน และ
    มีไขมันสูง
  5. ควบคุมน้ำหนักตัวให้สมดุลย์
  6. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  8. หมั่นตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์ได้

ป้องกันด้วยหลักโภชนาการ

เป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหารให้ครบตามหลัก การทานอาหารเช้าทุกวัน การเลี่ยงอาหารทอด โดยเฉพาะในเวลาเย็น การเลี่ยงทานมื้อดึก
ซึ่งกรณีนี้ การบริโภคอาหารเสริมจากสมุนไพรถั่งเช่า ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการ
ทางเลือกที่แนะนำ เริ่มตั้งแต่ทานมื้อเช้า 1-2 เม็ด

ในภาพรวมแล้ว ถ้าหากเราพบว่ามีสัญญาณเตือนจากร่างกายตามที่มีอาการ
เบาหวานดังกล่าวได้แสดงออกมา เราควรรีบปรับปรุงพฤติกรรมการใช้ชีวิต โภชนาการ ควบคุมน้ำหนักตัว และควรปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะสายเกินไป

ถั่งเช่า มะขามป้อม สรรพคุณ บำรุงร่างกาย

ถั่งเช่า มะขามป้อม สมุนไพรที่มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกาย สุขภาพ ป้องกันความเสื่อม เป็นพืชสมุนไพร ในตำราแพทย์แผนโบราณ คนอาจสงสัยว่า แล้วมันมีประโยชน์หรือช่วยร่างกายเรายังไง มาดูกัน

ถั่งเช่า มะขามป้อม คืออะไร

มะขามป้อม เป็นพืชสมุนไพร ในตำราแพทย์แผนโบราณที่มีชื่อเสียงมาก ส่วนใหญ่มักพบว่เติบโตาขึ้นทั่วไปในภูมิภาคของประเทศทางเอเชียตอนใต้ เช่น อินเดีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับมะขามป้อม จะมีชื่อที่เรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ตามความเชื่อแล้วถือว่านี่เป็นพืชที่ใช้เพื่อเป็นสมุนไพรที่สำคัญโดยเฉพาะในด้านการแพทย์แผนโบราณ เนื่องจากพบว่ามีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ดี โดยนำจากส่วนต่างๆ มาใช้

มะขามป้อมสรรพคุณ

สำหรับสรรพคุณของมะขามป้อม คือมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย รวมถึงระบบภายในต่างๆ ด้วย ได้แก่

  1. สารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิต้านทาน
  2. ป้องกันโรคเบาหวาน
  3. ลดคอเลสเตอรอล
  4. ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  5. ป้องกันโรคอ้วน
  6. ช่วยบำรุง ตับ ไต ระบบขับถ่าย
  7. ป้องกันโรคไขข้ออักเสบ
  8. ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง
  9. ฯลฯ

สำหรับงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับมะขามป้อมในแง่ของการใช้รักษาโรค ยังมีไม่มากนัก เช่นเดียวกับการศึกษาด้านพืชสมุนไพรต่างๆ ที่ยังต้องมีการค้นคว้าต่อไป

ถั่งเช่ามะขามป้อม

เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย ดังนั้นการนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงถือว่าเป็นตัวสำคัญที่น่าจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของผู้บริโภคดีขึ้นอย่างมาก


สำหรับ คำแนะนำในการรับประทาน เริ่มตั้งแต่ทานมื้อเช้า 1-2 เม็ด
ในภาพรวมแล้ว ถ้าหากเราพบว่ามีสัญญาณเตือนจากร่างกายตามที่มีอาการเบาหวานดังกล่าวได้แสดงออกมา เราควรรีบปรับปรุงพฤติกรรมการใช้ชีวิต โภชนาการ ควบคุมน้ำหนักตัว และควรปรึกษาแพทย์ ก่อนที่จะสายเกินไป

ถั่งเช่า ระวัง ผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ถั่งเช่า มะขามป้อม สมุนไพรที่มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกาย สุขภาพ ป้องกันความเสื่อม เป็นพืชสมุนไพร ในตำราแพทย์แผนโบราณ คนอาจสงสัยว่า แล้วมันมีประโยชน์หรือช่วยร่างกายเรายังไง มาดูกัน

ถั่งเช่า ระวัง ผลข้างเคียง

  1. มีการนำมาใช้ร่วมกับยาปฎิชีวินะ ซึ่งบางครั้งอาจให้ผลมากเกินไป ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นเบาหวานแล้วใช้ยาควบคุมอยู่ เนื่องจากถั่งเช่าจะมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่การที่ใช้ร่วมกับยาลดเบาหวานมากเกินป อาจจะทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดลดลงมากเกินไปจนเกิดเป็นอันตราย ถึงขั้นช็อกได้
    รวมถึงผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันควรระมัดระวังการรับประทานถั่งเช่าเป็นพิเศษ เพราะถั่งเช่ามีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น ซึ่งอาจจะขัดกับผู้ที่ทานยาอยู่
  2. ผู้ป่วยที่กำลังได้รับยาป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและผู้ที่กำลังเป็นแผลขนาดใหญ่ หรือผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ไม่ควรรับประทานถั่งเช่าเพราะมีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ต้านการเกาะกลุ่มของเลือดจึงอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้
  3. สตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อนมและบุตรในครรภ์ได้ ซึ่งตรงนี้ยังมีการศึกษาวิจัยไม่มากพอนัก
  4. ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรต้องระมัดระวังการรับประทานถั่งเช่าเป็นพิเศษ เพราะ
    ถั่งเช่ามีฤทธิ์ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งที่จริงแล้วคือข้อดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แต่การรับประทานต้องควบคุมใกล้ชิด เพราะมันอาจจะส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือด
    ต่ำเกินไป จนเกิดอาการช็อคได้ จึงต้องระวังให้พอดีกับปริมาณด้วย
  5. เนื่องจากถั่งเช่าคือเห็ดที่เจริญเติบโตในตัวหนอน ฉะนั้นผู้ที่มีอาการแพ้เห็ดไม่ควรรับประทานถั่งเช่า เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

ถั่งเช่า ระวัง กลุ่มไหนบ้าง

โดยคำแนะนำแล้ว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น ควรต้องระวัง และอาจจะพบอาการข้างเคียงดังนี้

  1. อาการคอแห้ง กระหายน้ำ และริมฝีปากแห้ง
  2. ปวดท้อง คล้ายอาการจุกเสียด
  3. มีอาการปวดและวิงเวียนศีรษะ
  4. ตาพร่ามัวและขอบตาแดง
  5. เลือดกำเดาออก ซึ่งเป็นอาการรุนแรง คำแนะนำคือให้นั่งพัก ให้ร่างกายอยู่นิ่งๆ แล้วดื่มน้ำสะอาดให้มาก รวมถึงหยุดการออกกำลังภายที่ส่งผลทำให้เหงื่อออกมากด้วยเช่นกัน ก็จะช่วยลดอาการได้

ถั่งเช่า ผลข้างเคียงอื่นๆ

สำหรับอาการเรื่องเวียนศีรษะ หรือตาลาย ไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่แปลว่าถั่งเช่ากำลังออกฤทธิ์ทำงานในการขับพิษและปรับสมดุลร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ถ้าทานแล้วมีอาการหนักมากในช่วงแรก อาจจะลองลดปริมาณที่ทานหรือหยุดชั่วคราวครับ แนะนำให้ดื่มน้ำให้มาก จะสามารถช่วยได้

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ คนที่มีร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนเพียงพอ ก็อาจจะไม่ค่อยมีอาการข้างเคียงเท่ากับคนที่ขาดแคลนในส่วนนี้เช่นกัน

มะขามป้อม ภูมิแพ้ สรรพคุณช่วยลดอาการได้อย่างไร

มะขามป้อม ภูมิแพ้ ช่วยลดอาการได้อย่างไร ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณชั้นเยี่ยมและหลากหลาย และการเป็นส่วนผสมหลักในถั่งเช่า แล้วมันสามารถช่วยอะไรต่อร่างกาย ร่วมถึงอาการภูมิแพ้ได้บ้าง มาลองดูกัน

มะขามป้อม ภูมิแพ้ ช่วยยังไง

มะขามป้อม (Phyllanthus emblica) เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงมากในทวีปเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าขึ้นทั่วไปในหลายประเทศโดยเฉพาะทางเอเชียตอนใต้ เช่น อินเดีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน
โดยชื่อของมะขามป้อมก็จะมีชื่อที่เรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ตามความเชื่อแล้วถือว่านี่เป็นพืชที่ใช้เพื่อเป็นสมุนไพรที่สำคัญโดยเฉพาะในด้านการแพทย์แผนโบราณ เนื่องจากพบว่ามีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ดี โดยนำจากส่วนต่างๆ มาใช้

มะขาม ป้อมภูมิแพ้ ช่วยยังไง

ก่อนอื่นต้องกล่าวว่า สรรพคุณหลักข้อหนึ่งของมะขามป้อม คือ เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกายได้มาก ซึ่งก็จะส่งผลต่อการช่วยเพิ่มการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย รวมถึงระบบภายในต่างๆไปในตัวด้วย
นอกจากนี้มะขามป้อมยังเป็นแหล่งของวิตามินซีที่มีความเข้มข้นสูงมากกว่าผลไม้หลายชนิด เนื่องจากมีสารแทนนินและโพลิฟีนอลที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินซีสลายตัว และทำให้วิตามินซีสามรถคงตัวอยู่ได้นานขึ้น ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินให้ร่างกายได้เต็มที่ ซึ่งก็เท่ากับช่วยลดอาการภูมิแพ้หรือป้องกันได้ด้วย

ถั่งเช่าจากมะขามป้อม

เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลาย ดังนั้นการนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงถือว่าเป็นตัวสำคัญที่น่าจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของผู้บริโภคดีขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว

สำหรับ คำแนะนำในการรับประทาน โดยเริ่มตั้งแต่ทานมื้อเช้า วันละ 1-2 เม็ด

อาหารเสริม คนเราจำเป็นต้องทานหรือไม่?

อาหารเสริม หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีความจำเป็นต่อร่างกายของเราจริงหรือไม่ แล้วการรับประทานอาหารต่อวันไม่เพียงพอหรือทางเว็บไซต์ของเราจึงอยากนำข้อมูลมาแบ่งปันและลองมาดูกันว่าสาเหตุเพราะอะไร ทำไมเราจึงมีความจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น ซึ่งท่านก็อาจจะพบว่า สาเหตุมาจากลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป หรือกระทั่งเชื้อโรคต่างๆเองก็มีการพัฒนาขึ้นเพื่อสู้กับมนุษย์เช่นกัน

อาหารเสริม ช่วยเสริมอะไรบ้าง

ก่อนอื่น ต้องยอมรับกันว่า ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากอดีต ทำให้การบริโภคอาหารของคนเราเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งในปัจจุบัน เราจะพบคำถามอยู่เสมอว่า ที่จริงแล้วคนเราจำเป็นต้องทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือวิตามินต่างๆทั้งในรูปแบบของแคปซูลหรือผง ที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดจริงหรือไม่ เมื่อเราทานแล้วจะช่วยเสริมประโยชน์ให้ร่างกายได้จริงหรือหากทานมากไปจะให้โทษกันแน่ แล้วลำพังการบริโภคมื้ออาหารตามปกติไม่เพียงพอจริงหรือ
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้ มักถูกผลิตออกมาให้ผู้คนสามารถเลือกรับประทานได้ในหลากหลายรูปแบบ อาทิ แบบเม็ด แคปซูล แบบผงชง หรือแบบน้ำ ซึ่งก็แล้วแต่รูปแบบของการที่มีส่วนประกอบหลักของสารอาหารที่เป็นส่วนผสมสำคัญนั้น ที่มีตั้งแต่ วิตามิน แร่ธาตุ ไปจนถึงสารอาหารพิเศษบางชนิดที่ร่างกายผลิตขึ้นเองได้ยาก หรืออาจจะเสื่อมสภาพลงตามอายุ

อาหารเสริม เป้าหมายที่ต้องบริโภค

สำหรับเป้าหมายของการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แนะนำว่า เราก็ควรต้องมีความชัดเจน เพื่อที่จะให้เห็นผลลัพธ์ที่ได้ประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากที่สุด เช่น ต้องการให้ช่วยเสริมสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ต้องการช่วยป้องกันหรือกระทั่งแก้อาการของโรคบางชนิด ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ไมเกรน ภูมิแพ้ โรคกระดูกพรุน เป็นต้น

ทดแทนการขาดสารอาหารได้

อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามคอนเซปต์ของมันคือเป็นสิ่งที่ช่วยทดแทนการขาดสารอาหารของคนเรา แต่บางคนอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่า เรากำลังขาดวิตามินอะไร
ที่จริงแล้วนี่เป็นข้อที่มีความสำคัญมาก เราอาจจะต้องทราบว่าแท้จริงแล้วเราขาดสารอาหารอะไร หรือขาดวิตามินอะไร เพื่อจะได้เสริมในส่วนนั้นเข้าไปเพิ่มให้อย่างเหมาะสมต่อความต้องการประจำวันของร่างกาย
โดยทั่วไปแล้ว เรามักพบว่าผู้ที่มีปัญหาในเรื่องสุขภาพหรือมีการเจ็บป่วยก็มักจะขาดสารอาหารและวิตามินเกือบทุกชนิดเป็นส่วนมากอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิตามินซี ดี แคลเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งหากขาดไปหรือมีไม่เพียงพอก็จะนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคร้ายได้ ที่สำคัญคือ สารอาหารเหล่านี้ต่อให้บริโภคอาหารก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ
ดังนั้นอาหารเสริมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในจุดนี้นั่นเอง

ในยุคปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเริ่มจะได้รับการแนะนำให้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยหลายคนควรรับประทานภายใต้การดูแลและแนะนำจากแพทย์เป็นหลัก

สมุนไพร ถั่งเช่า ของ Herbme ก็จัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีสรรพคุณช่วยเสริมสารอาหารและคุณประโยชน์ให้ร่างกายที่ขาดอยู่เช่นกัน

สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้จริงหรือไม่ จัดว่าเป็นหนึ่งในคำถามสำคัญที่มีการศึกษาค้นคว้าและถามกันเยอะในโลกอินเทอร์เน็ต และเป็นสารสำคัญที่มีสรรพคุณช่วยต่อต้านสารก่อมะเร็ง และอันตรายจากภายนอกร่างกาย

ก่อนอื่นมารู้เรื่องของ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) และสรรพคุณของมันกันเล็กน้อย เนื่องจากนี้เป็นสารที่มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมากค่ะ

สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) หมายถึง สารที่ช่วยต่อต้านหรือกำจัดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาออกซิเดชันภายในร่างกาย ซึ่งการทำปฏิกิริยาดังกล่าวสามารถพบได้จากหลากหลายรูปแบบตามธรรมชาติทั่วไป
สำหรับที่มาของสารต้านอนุมูล จะได้จากการรับประทานสารอาหารในแต่ละวัน พบมากในกลุ่ม ผัก ผลไม้ ดังนั้นจึงแนะนำให้เราควรบริโภคอาหารให้ได้ครบห้าหมู่เป็นประจำทุกวันค่ะ

ทำไมถึงจำเป็นต่อร่างกาย

สารต้านอนุมูลอิสระที่กล่าวมานี้ อันที่จริงแล้วถือว่าเป็นหนึ่งในสารสำคัญอันดับต้นๆที่ร่างกายจะมีการผลิตขึ้น
ทุกวันอยู่แล้วเป็นปกติ
โดยหน้าที่หลักของมันคือ การต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาในร่างกาย ทุกวน และทุกนาที สารก่อมะเร็งก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สารต้านอนุมูลอิสระต้องต่อสู้อยู่ทุกวันเช่นกัน
ดังนั้นในร่างกายของเราจึงมีสารที่ว่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่ในการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ทำให้สารต้านที่ว่านี้ อาจจะมีไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับสารก่อมะเร็งได้

สารต้านอนุมูลอิสระ กับการลดความเสี่ยงมะเร็ง

โดยกระบวนการทำงานแล้ว นี่คือสารสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลายชนิด รวมถึงมะเร็งด้วย แม้ว่าสาเหตุของการเกิดมะเร็งยังไม่สามารถชีดชัดได้ทั้งหมดก็ตามที
สำหรับสารต้านดังกล่าว เราสามารถได้รับจากการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มของ ผัก ผลไม้ ไขมันบางชนิด รวมถึงการออกกำลังกาย ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารบางชนิดที่ช่วยให้การเกิดสารต้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่ต้องยอมรับว่าการบริโภคอาหารดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมเมืองส่วนใหญ่ ไม่เอื้อต่อการออกกำลังเท่าไรนัก แล้วยังไม่รวมกับผู้คนในอาชีพต่างๆที่เสี่ยงต่อการเจอกับสารเคมีที่อาจจะทำให้เราเจ็บป่วย และมีความเสี่ยงมะเร็งไปด้วย

ดังนั้นการบริโภค อาหารหรืออาหารเสริม บางชนิดที่มีส่วนของการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีความคุ้มค่า เอื้อกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน และยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งได้ โดยเฉพาะสมุนไพรถั่งเช่า ที่มีส่วนผสมของมะขามป้อมเป็นหลัก ถือว่าเป็น
พืชสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มสารต้านดังกล่าวอย่างมาก

ไตรกลีเซอไรด์สูงสาเหตุของเบาหวาน

ไตรกลีเซอไรด์สูง สาเหตุของเบาหวาน ได้อย่างไร อันที่จริงแล้ว ต้องกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่เราจะพบระดับไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ภายในเลือดสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
แล้วไขมันไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร หากมีมากไปจะส่งผลอย่างไร และสาเหตุมาจากอะไร วันนี้เราจะมาแนะนำครับ เพราะมันอยู่ใกล้ตัวเรามากและอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนด้วย

ไขมัน ไตรกลีเซอไรด์สูง (Triglyceride) คืออะไร

ไขมันชนิด ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นไขมันชนิดหนึ่งเราสามารถพบได้มากที่สุดทั้งจากในร่างกายและภายในอาหารแทบทุกชนิด เนื่องจากว่าเป็นไขมันชนิดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด สำหรับคำศัพท์ทางการแพทย์ที่เรียกการมีระดับไขมันชนิดนี้สูงว่า Hyperglyceridemia
แล้วการที่ไขมันชนิดนี้มีปริมาณสูงเกินไป จะส่งผลกระทบยังไงบ้าง โดยเฉพาะผู้มีความเสี่ยงเบาหวาน

ไตรกลีเซอไรด์สูง ปัญหากับผู้ป่วยเบาหวาน

นอกจากนี้ยังเคยมีรายงานหลายชิ้นที่ระบุว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 80% ที่มีปัญหาการเพิ่มขึ้นสูงของระดับ ไขมัน “ไตรกีลเซอไรด์” โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาการเมตาบอลิค ซึ่งเป็นกลุ่มอาการผิดปกติที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนานาชนิด อาทิเช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองตีบ และโรคเบาหวาน
อีกทั้งองค์ประกอบอื่นของกลุ่มอาการนี้ก็ประกอบด้วย การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันชนิด HDL ต่ำ และการมีไขมันที่หน้าท้องมาก เป็นต้น
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการเบาหวาน

ระดับ ไตรกลีเซอไรด์ ควรอยู่ที่เท่าไหร่

การวิจัยทางการแพทย์ว่ามีการทดลองอดอาหาร แล้วพบว่าระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ปกติที่ควรจะเป็นคือ ต่ำกว่า 150 mg/dL

  • ส่วนในระดับสุ่มเสี่ยงอยู่ที่ 150-199 mg/dL
  • ระดับสูงอยู่ที่ 200-499 mg/dL
  • ระดับสูงมากอยู่ที่ 500 mg/dL

แน่นอนว่า การมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมาก ไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะยิ่งไป
เพิ่มความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาได้ ที่พบบ่อย เช่น โรคหัวใจ
โรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่างการมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง
เรื้อรัง กับภาวะเส้นเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) และภาวะที่ดื้อต่ออินซูลินอีกด้วย

ซึ่งบรรดาผู้ที่มีความกังวลเรื่อง ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งจะกลายเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรถั่งเช่าที่มีส่วนผสมของมะขามป้อมเป็นหลัก สามารถเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ เนื่องจากสรรพคุณของมะขามป้อมเองที่ช่วยลดปริมาณไขมันดังกล่าว

ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย ไม่มีแรง แนะนำ สมุนไพรถั่งเช่า

ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นปัญหาของอาการที่พบได้บ่อยมาก ที่สำคัญคืออาจจะส่งผลกระทบกลายเป็นปัญหาใหญ่ร้ายแรงถึงชีวิตได้ หากไม่ระวังให้ดี

ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย อาการคืออะไร

อาการอ่อนเพลีย (Fatigue) เป็นอาการที่แสดงถึงความรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเปลี้ยเพลียแรง หมดเรี่ยวแรง หรือมีแรงน้อยลง หนักขึ้นถึงขั้นต้องพาส่งโรงพยาบาล
ในบางครั้งก็เป็นอาการที่ส่งผลมาจากสภาพจิตใจแล้วกระทบไปถึงร่างกายได้
เช่นกัน
สำหรับผู้สูงอายุที่พบว่า มีอาการอ่อนเพลีย แล้วถึงแม้จะพักผ่อนกับรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้นแล้ว แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย สาเหตุจากอะไรบ้าง

โดยทั่วไปแล้ว อาการอ่อนเพลีย เป็นอาการที่เกิดจากโรคหรือสภาวะดังที่กล่าวมา สำหรับอาการที่พบบ่อยคือ ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแอ หมดเรี่ยวแรง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงในบางส่วนก็ได้
ภาพรวมแล้ว สาเหตุหลักที่พบบ่อยมาจากสองด้านใหญ่ คือ

สาเหตุจากภายนอก

สาเหตุของอาการโดยมาก มาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน สะสมกันมา อาทิ

  • ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์มากพอ
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • อายุมากขึ้น ปัญหาเสื่อมสภาพ
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกสะสม
  • อุบัติเหตุ หรือการใช้งานร่างกาย ที่อาจส่งผลต่ออวัยวะบางส่วนในระยะยาว
  • ผลกระทบจากยาบางประเภท
  • การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่
  • น้ำหนักตัวมากเกินไป หรือโรคอ้วน

ปัญหาทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิต หรือทานอาหารบำรุงร่างกายให้มากขึ้นได้ นอกจากเรื่องอุบัติเหตุที่อาจจะส่งผลกระทบในระยะยาว ซึ่งควรปรึกษาแพทย์

สาเหตุจากภายใน

มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพจิตใจแล้วส่งผลกระทบต่อร่างกายไปด้วย อาทิ

  • โรคซึมเศร้า หดหู่
  • การขาดพลังงานขับเคลื่อน
  • โรคประจำตัว
  • สตรีตั้งครรภ์

สำหรับปัญหาด้านสภาพจิตใจนั้น พบว่าแต่ละคนก็มีระดับความรุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมากแล้วส่งผลต่อสภาพร่างกายได้เช่นกัน โดยอาจบรรเทาอาการจากการพักผ่อน นอนหลับให้มากพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

อาการอ่อนเพลียจากโรคอื่นๆ

โดยทั่วไปแล้วพบว่าอาการอ่อนเพลียยังอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมแทรกซ้อนด้วย ขึ้นอยู่กับสาเหตุต่างๆ ได้มาก อาทิ

  • โรคหัวใจ
  • โรคถุงลมโป่งพอง
  • โรคปอด
  • โรคหอบหืด
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะโลหิตจาง
  • ภูมิแพ้
  • ไทรอยด์
  • โรคตับและไต
  • อาการแทรกซ้อนอื่นๆ

นอกจากนี้ คนป่วยที่เข้ารับการทำคีโมเพื่อบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ก็พบว่ามักจะมีอาการอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ที่เป็นผลกระทบจากการทำคีโมด้วยเช่นกัน
สำหรับคนสูงอายุที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว มีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ยิ่งถ้าหากอาการหนักขึ้นก็สามารถเป็นอันตรายได้ สำหรับคนที่มีปัญหาโรคบางชนิด จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยด่วนค่ะ
ส่วนวิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือ การทานอาหารเสริมที่ให้สรรพคุณช่วยฟื้นฟูกำลังอย่างต่อเนื่องมากพอ เนื่องจากขีดจำกัดของอาการจากโรคบางชนิด และด้วยวัย ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้นั่นเอง

ที่สำคัญคือ สุมนไพรถั่งเช่าของ Herbxme ก็มีสรรพคุณสำคัญที่ช่วยในการฟื้นฟู บำรุงกำลัง จากการอ่อนเพลียในผู้สูงอายุได้ดีมาก แนะนำให้บริโภคเพื่อประโยชน์ของผู้สูงอายุในบ้านทุกท่านค่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจ ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรถั่งเช่าของ Herbme สามารถ คลิกเข้ามาดูที่ https://herbxme.com/ หรือติดต่อทาง https://www.facebook.com/HERBxME

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เฮิร์บมี

ถั่งเช่าผสมสมุนไพร 6 ชนิด ทางเลือกสุขภาพดี
👍 สูตรอายุวัฒนะ หลับลึก
🛌💤 ตื่นมาสดชื่น สูงวัยถูกใจ
❤️ ลูกหลานชอบใจ 
💪 บำรุงได้ทั้ง ชาย 👦 หญิง 👧
🛡️ ต้านอนุมูลอิสระ  ชลอวัยจากภายใน
💉 สูตรกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แข็งแรง 💪 ต้านโรค

ส่วนผสม / สรรพคุณ

ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรจีนที่มีคุณสมบัติหลายด้าน และใช้ในตำรายาแผนโบราณของจีน ยาอายุวัฒนะบำรุงพลังหยางเข้าเส้นลมปราณไตและปอด

มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวหน่วยเพชฌฆาต (Natural Killer Cell) ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น บำรุงร่างกาย และอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ และไต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่ม Oxygen ในการไหลเวียนเลือด ทำให้เรี่ยวแรงดี ไม่เหนื่อย ต้านอาการอ่อนเพลีย ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพ ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชลอวัย

สารสำคัญในถังเช่า

  • คอไดซิปิน (cordycipin) ซึ่งช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย รวมถึงเป็​นกลไก​ทำให้ฮีโมโกลบิลดึงออกซิเจนมาใช้ได้ดีขึ้น จึงช่วยเพิ่มออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น บำรุงไต ให้อวัยวะภายในฟื้นฟูและทำงานได้ดีขึ้น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียเป็นเสมือนยาชูกำลัง เสริมภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลในร่างกาย ต้านมะเร็ง เสริมสมรรถภาพ
  • อะดีโนซีน (Adenosine) ต้านการแข็งตัวของเลือด และต้านการเกิดลิ่มเลือด ออกฤทธิ์ร่วมกับเมลาโทนนิน (Melatonin) จึงสามารถพักผ่อนได้เต็มที่ หลับลึกได้นานขึ้น กระตุ้นและควบคุมการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth hormones) ซึ่งมีผลต่อความสูง และการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้มีพลังงาน แข็งแรง ช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในตอนเช้า
  • โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการโตของเนื้องอก ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ ลดความเสื่อมของเซลล์ ต้านไวรัสและแบคทีเรีย
  • คอร์ไดเซปสเตอรอล (Cordycep Sterol) ป้องกันการอักเสบ บำรุงหัวใจ รักษาโรค SLE (ภูมิแพ้ตัวเอง)
  • SOD ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และต้านการอักเสบ
  • กรดคอร์ไดเซปิค (Cordycepic acid) ป้องกันเลือดออกในสมอง ลิ่มเลือด โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหอบหืด
  • กรดอะมิโนทอรีน (Amini Taurine) ซึ่งมีผลทำให้การทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ หลอดเลือดทำงานได้เป็นปกติ ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและแก้อาการอ่อนเพลีย

เพิ่มเติม

งาดำ ประกอบด้วย

  • สารต้านอนุมูลอิสระ เซซามีน (Sesamin) เซซามอล (Sesamol) และ เซซาโมลีน (Sesamolin) ช่วยโรคข้อและกระดูก เมไธโอนิน (Methionine) ช่วยลดภูมิแพ้ ทริปโตเฟน (Tryptophan) เพิ่มความจำ คลายเครียด และนอนหลับดี และ ไบโอติน โคคิวเทน กลูตามิน เบต้าแครูทิน ลิวซีน ไฟโตสสเตอรอล
  • วิตามิน บี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี9
  • เกลือแร่ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม (ช่วยเพิ่มมวลกระดูก และลดโอกาสเกิดมะเร็งกระดูก) สังกะสี (ต้านไวรัส และช่วยเพิ่มการได้กลิ่นและรส) ทองแดง แมกนีเซียม แมงกานิส เหล็ก (ช่วยบำรุงโลหิต) โซเดียม เซเรเนียม ไอโอดีน โครเมี่ยม และใยอาหาร

เพิ่มเติม

มะขามป้อม สุดยอดวิตามินซี มีสรรพคุณดีกว่าเบอรี่เมืองหนาว เพราะว่าได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่า มะขามป้อมมีวิตามินซีมากกว่าแอบเปิล 100 เท่า ซึ่งเป็นวิตามินซีที่คงทนด้วย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระเควอซิติน คอยป้องกันการเสื่อมคุณภาพ ในขณะที่ผลไม้อื่นลดลงอย่างรวดเร็วมาก

 

วิตามินซี ช่วยปกป้องเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายโดยเฉพาะเส้นเอ็นและคอลลาเจน ออกฤทธิ์แอนตี้ออกซิแดนท์ป้องกันเซลล์ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ และช่วยให้ร่างกายใช้สารต้านอนุมูลอิสระได้ประโยชน์สูงสุด

 

สารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น เควอซิติน ที่ใช้รักษาเบาหวาน ภูมิแพ้ และมะเร็ง สารสเตรอยธรรมชาติที่ใช้แทนเคมี ใช้แก้ปวดได้อย่างดี

 

เพิ่มเติม

พริกไทย มี สารฟีนอลิก (Phenolic) และ สารไพเพอรีน (Piperine) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ป้องกันและต้านสารก่อมะเร็ง ช่วยตับให้ทำลายสารพิษ ป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยขับปัสสาวะล้างสารพิษ คุมความดันโลหิต ละลายลิ่มเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด สร้างสมดุลกระเพาะและลำไส้ ช่วยขับถ่ายให้สะดวก เจริญอาหาร นอนหลับสนิท เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดไข้ ลดอาการอักเสบ กำจัดไขมันส่วนเกิน ลดความอ้วน ป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดี ช่วยการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ

 

เพิ่มเติม

กระชายขาว มี สารพิโนสโตรบิน (Pinostrobin) เเละ แพนดูราทินเอ (Panduratin A) สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส ต้านอาการหวัด ต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเลือด ช่วยการไหลเวียนของเลือด ช่วยเพิ่มสมรรถนะ ต้านเจริญเติบโตของแบคทีเรียในสำไส้ ขับสารพิษออกจากตับ บำรุงหัวใจ

 

เพิ่มเติม

ขมิ้นชัน มีสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoid) ช่วยต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ สร้างภูมิต้านทาน ชะลอวัยและชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดภาวะระคายเคืองของลำไส้ กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน ลดอาการของโรคเกาต์ ลดความดันโลหิตสูง และ ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

 

เพิ่มเติม

🏆 คุณภาพ และ ความปลอดภัย

🍀 คัดสรรถั่งเช่าแท้ 💯% จากฟาร์มปิด พรีเมี่ยมคุณภาพสูง ปลอดสารปนเปื้อน มีสารคอไดซิปินสูง รู้สึกได้ด้วยตัวคุณเอง

🍀 💊 แคปซูลพืช จากใยสน 🌲 ไร้เคมีตกค้าง

🍀 รวมสมุนไพรที่สำคัญ เพื่อการทำงานอย่างสอดคล้องกัน

🍀 ทดแทนการทานวิตามินและสมุนไพรหลายเม็ด เรารวมมาให้ในแคปซูลเดียว 💊

🍀 จากยาอายุวัฒนะของฮ่องเต้จีน สู่การวิจัยและพัฒนาเป็นสูตรเฉพาะ ปลอดภัย ทานได้ระยะยาว ต้านอนุมูลอิสระ 🛡️ ชลอวัย และกระตุ้น 💉 การสร้างภูมคุ้มกัน

🏭 โรงงานได้มาตรฐาน GMP

😲 สูตรหวังผลให้คุณกลับมาคึกคัก แข็งแรงสุขภาพดี 💪 อีกครั้ง พร้อมสู้ทุกโรค

อย. เลขที่ 50-1-17963-5-0038

รวมสมุนไพรสำคัญให้ครบ
จบใน 1 แคปซูล 💊

4.8/5

ราคาสินค้า โปรโมชั่น

พิเศษ! เริ่มต้นสุขภาพดีที่ 990.-

(จากราคาปกติ 1,170 บาท)

🔥 ขายแล้ว 22,689

🚛..โอนเลย…จัดส่งฟรี!

มีบริการเก็บปลายทาง

รอรับสินค้าหน้าบ้าน ภายใน 2-3 วัน

99
คำสั่งซื้อ
1999
ผู้เข้าชม
  • ถั่งเช่าผสมสมุนไพร เฮิร์บมี 1 กระปุก

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

    1,170990 บาท
    +
  • ถั่งเช่าผสมสมุนไพร เฮิร์บมี 2 กระปุก

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

    2,3401,380 บาท
    +
  • ถั่งเช่าผสมสมุนไพร เฮิร์บมี 3 กระปุก

    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

    3,5101,770 บาท
    +
สินค้า จำนวน รวม
ค่าส่ง
รวม  บาท
logo
ธนาคารกสิกรไทย
เลขที่บัญชี:
ชื่อบัญชี: ธรชญา พันธุนาวนิช
Thank you for your order!
LINE LOGO SVG @HERBME